วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

ก่อเจดีย์ทรายวันสงกรานต์






ก่อเจดีย์ทรายวันสงกรานต์


สงกรานต์ เป็นประเพณีปีใหม่ของประเทศไทย ลาว กัมพูชา พม่า ชนกลุ่มน้อยชาวไตแถบเวียดนามและมณฑลยูนนานของจีน ศรีลังกาและทางตะวันออกของประเทศอินเดีย สงกรานต์เป็นคำสันสกฤต หมายถึงการเคลื่อนย้าย ซึ่งเป็นการอุปมาถึงการเคลื่อนย้ายของการประทับในจักรราศี หรือคือการเคลื่อนขึ้นปีใหม่ในความเชื่อของไทยและบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชาวต่างประเทศเรียกว่า "สงครามน้ำ"

สงกรานต์ เป็นประเพณีเก่าแก่ของไทยซึ่งสืบทอดมาแต่โบราณคู่มากับประเพณีตรุษ จึงมีการเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมายถึงประเพณีส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่ คำว่าตรุษเป็นภาษาทมิฬ แปลว่าการสิ้นปี

พิธีสงกรานต์ เป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นในสมาชิกในครอบครัว หรือชุมชนบ้านใกล้เรือนเคียง แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปสู่สังคมในวงกว้าง และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนทัศนคติ และความเชื่อไป ในความเชื่อดั้งเดิมใช้สัญลักษณ์เป็นองค์ประกอบหลักในพิธี ได้แก่ การใช้น้ำเป็นตัวแทน แก้กันกับความหมายของฤดูร้อน ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น มีการขอพรจากผู้ใหญ่ การรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ในชีวิตสมัยใหม่ของสังคมไทยเกิดประเพณีกลับบ้านในเทศกาลสงกรานต์ นับวันสงกรานต์เป็นวันครอบครัว ในพิธีเดิมมีการสรงน้ำพระที่นำสิริมงคล เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสุข ปัจจุบันมีพัฒนาการและมีแนวโน้มว่าได้มีการเสริมจนคลาดเคลื่อนบิดเบือนไป เกิดการประชาสัมพันธ์ในเชิงการท่องเที่ยวว่าเป็น ‘Water Festival’ เป็นภาพของการใช้น้ำเพื่อแสดงความหมายเพียงประเพณีการเล่นน้ำ

การที่สังคมเปลี่ยนไป มีการเคลื่อนย้ายที่อยู่เข้าสู่เมืองใหญ่ และถือวันสงกรานต์เป็นวัน "กลับบ้าน" ทำให้การจราจรคับคั่งในช่วงวันก่อนสงกรานต์ วันแรกของเทศกาล และวันสุดท้ายของเทศกาล เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูง นับเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงหลายด้านของสังคม นอกจากนี้ เทศกาลสงกรานต์ยังถูกใช้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งต่อคนไทย และต่อนักท่องเที่ยวต่างประเทศ

สงกรานต์ 4 ภาคสงกรานต์ภาคเหนือ (สงกรานต์ล้านนา) หรือ"ประเพณีปี๋ใหม่เมือง" อันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เริ่มตั้งแต่"วันสังขารล่อง"(13 เม.ย.) ที่มีการทำความสะอาดบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล "วันเนา"หรือ"วันเน่า"(14 เม.ย.) วันที่ห้ามใครด่าทอว่าร้ายเพราะจะทำให้โชคร้ายไปตลอดทั้งปี "วันพญาวัน"หรือ"วันเถลิงศก" (15 เม.ย.) วันนี้ชาวบ้านจะตื่นแต่เช้าทำบุญตักบาตรเข้าวัดฟังธรรม ก่อนจะไปรดน้ำดำหัวขอขมาญาติผู้ใหญ่ในช่วงบ่าย"วันปากปี"(16 เม.ย.) ชาวบ้านจะพากันไปรดน้ำเจ้าอาวาสตามวัดต่างๆเพื่อขอขมาคารวะ และ"วันปากเดือน"(17 เม.ย.) เป็นวันที่ชาวบ้านส่งเคราะห์ต่างๆออกไปจากตัวเพื่อปิดฉากประเพณีสงกรานต์ล้านนา
สงกรานต์ภาคอีสาน นิยมจัดกันอย่างเรียบง่าย แต่ว่ามากไปด้วยความอบอุ่น โดยคนอีสานจะเรียกประเพณีสงกรานต์ว่า "บุญเดือนห้า" หรือ"ตรุษสงกรานต์" บางพื้นที่จะเรียกว่า เนาและจะถือฤกษ์ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 เวลาบ่าย 3 โมง เป็นเวลาเริ่มงานโดยพระสงฆ์จะตีกลองโฮมเปิดศักราช จากนั้นญาติโยมจะจัดเตรียมน้ำอบหาบไปรวมกันที่ศาลาวัดเพื่อสรงน้ำพระพุทธรูป แล้วต่อด้วยการรดน้ำดำหัว ปู่ ย่า ตา ยาย และญาติผู้ใหญ่ เพื่อขอขมาลาโทษจากนั้นก็จะเป็นการเล่นสาดน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน
สงกรานต์ภาคใต้ ตามความเชื่อของประเพณีสงกรานต์แบบดั้งเดิมที่ภาคใต้แล้ว สงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งการผลัดเปลี่ยนเทวดาผู้รักษาดวงชะตาบ้านเมือง พวกเขาจึงถือเอาวันแรกของสงกรานต์ (13 เม.ย.) เป็น"วันส่งเจ้าเมืองเก่า" โดยจะทำพิธีสะเดาะเคราะห์สิ่งไม่ดีออกไป ส่วน"วันว่าง"(14 เม.ย.) ชาวนครจะไปทำบุญตักบาตรที่วัด และสรงน้ำพระพุทธรูป และวันสุดท้ายเป็น"วันรับเจ้าเมืองใหม่"(15 เม.ย.) จะทำพิธีต้อนรับเทวดาองค์ใหม่ด้วยการแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างสวยงามส่งท้ายสงกรานต์ประเพณีสงกรานต์
สงกรานต์ภาคกลาง เริ่มขึ้นในวันที่ 13 เมษายน เป็นวัน"มหาสงกรานต์" วันที่ 14 เป็น"วันกลาง"หรือ"วันเนา" วันที่ 15 เป็นวัน"วันเถลิงศก" ทั้ง 3 วันประชาชนจะประกอบพิธีทางศาสนา มีการทำบุญตักบาตร ปล่อยนกปล่อยปลา การกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ การสรงน้ำพระ การขนทรายเข้าวัดก่อเจดีย์ทรายวันสงกรานต์

ภาคเหนือประเพณีสงกรานต์ถนนข้าวแคบ 10-18 เมษายน บริเวณ หาดทรายทองแม่ปิง จังหวัดตาก
ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง: 13 - 15 เมษายน บริเวณทั่วเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ปี๋ใหม่เมืองหละปูน 11 - 16 เมษายน ณ บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประตูท่าขามเทศบาลเมืองลำพูนและบริเวณรอบคูเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน
ประเพณีสรงน้ำโอยทาน สงกรานต์ ศรีสัชนาลัย: 13 -15 เมษายน บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
ประเพณีสงกรานต์อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย : 13 -15 เมษายน บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย
ประเพณีสงกรานต์ "ดอกลมแล้งบาน สงกรานต์เมืองแป้ นุ่งหม้อห้อมแต้งามตา" : 11 -17 เมษายน บริเวณสวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ จังหวัดแพร่
สลุงหลวง กลองใหญ่ ปี๋ใหม่เมืองนครลำปาง 9 - 13 เมษายน ณ ข่วงนคร เทศบาลนครลำปาง จังหวัดลำปาง
[แก้] ภาคอีสานมหาสงกรานต์อีสานหนองคาย (สงกรานต์ไทย-ลาว) : 6 - 18 เมษายน บริเวณหาดจอมมณีแม่น้ำโขงและวัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย
สงกรานต์นครพนม รื่นรมย์บุญปีใหม่ไทยลาว: 12 - 15 เมษายน อำเภอเมืองนครพนม และอำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม
สุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูน-เสียงแคนและถนนข้าวเหนียว: 8 - 15 เมษายน บริเวณบึงแก่นนคร และถนนศรีจันทร์ จังหวัดขอนแก่น
มหาสงกรานต์แก่งสะพือ: 12-15 เมษายน บริเวณสวนสาธารณะแก่งสะพือ อ.พิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี
[แก้] ภาคกลางมหาสงกรานต์กรุงเทพมหานคร: 8 - 15 เมษายน บริเวณสนามหลวง ถนนข้าวสาร และรอบเกาะรัตนโกสินทร์
Summer Fave 2007 city on the beach: 12 - 16 เมษายน ลานเซ็นทรัลเวิลด์สแควร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สี่แยกราชประสงค์ กรุงเทพมหานคร
ประเพณีสงกรานต์กรุงเก่า: บริเวณรอบเกาะเมืองอยุธยา
ประเพณีสงกรานต์พระประแดง: 17 - 19 เมษายน บริเวณเทศบาลเมืองพระประแดง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
งานประเพณีวันไหลพัทยา-นาเกลือ : 18 - 19 เมษายน บริเวณสวนสาธารณะลานโพธิ์ จังหวัดชลบุรี
ประเพณีก่อพระทรายวันไหลบางแสน: 16 - 17 เมษายน บริเวณชายหาดบางแสน อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี
งานประเพณีสงกรานต์ศรีมหาราชาและประเพณีกองข้าว: 19 - 21 เมษายน บริเวณสวนสาธารณะเกาะลอย อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
ประเพณีสงกรานต์เกาะสีชัง: 13 - 19 เมษายน บริเวณเกาะสีชังและเกาะขามใหญ่ จังหวัดชลบุรี
[แก้] ภาคใต้งานเทศกาลมหาสงกรานต์เมืองนครศรีธรรมราช แห่นางดาน: 11- 15 เมษายน บริเวณวัดพระบรมธาตุ และบริเวณสวนศรีธรรมโศกราช จังหวัดนครศรีธรรมราช
Songkran the Water Festival on the Beach: 12 - 16 เมษายน บริเวณสวนสาธารณะโลมา และเดอะพอร์ต ศูนย์การค้าจังซีลอน หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต
หาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์: 12 - 13 เมษายน บริเวณถนนนิพัทธ์อุทิศและถนนเสน่หานุสรณ์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
งานสงกรานต์เมืองสุราษฎร์: 13 เมษายน บริเวณ ริมเขื่อนแม่น้ำตาปี ถนนตลาดใหม่ และศาลหลักเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
งานสงกรานต์เกาะสมุย:13-14 เมษายน บริเวณ หาดเฉวง หาดละไม และถนนรอบเกาะสมุย เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
แม่งานใหญ่ของงานเทศกาลตามพื้นที่เหล่านี้ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และทางจังหวัด

วันในเทศกาลสงกรานต์ปฏิทินไทยในขณะนี้กำหนดให้เทศกาลสงกรานต์ตรงกับวันที่ 13-15 เมษายน ของทุกปี และเป็นวันหยุดราชการ อย่างไรก็ตาม ประกาศสงกรานต์อย่างเป็นทางการจะคำนวณตามหลักเกณฑ์ในคัมภีร์สุริยยาตร์ ซึ่งแต่โบราณมา กำหนดให้วันแรกของเทศกาล เป็นวันที่พระอาทิตย์ย้ายออกจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ เรียกว่า "วันมหาสงกรานต์"[ต้องการอ้างอิง] วันถัดมาเรียกว่า "วันเนา" และวันสุดท้าย เป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชและเริ่มใช้กาลโยคประจำปีใหม่ เรียกว่า "วันเถลิงศก" โดยมึสูตร หา หรคุณจูเลียน (JD) [ต้องการอ้างอิง] วันมหาสงกรานต์ และ วันเถลิงศกดังนี้

JD วันมหาสงกรานต์ = ปัดลง[(292207* (พ.ศ.-1181) -559)/800] + 1954167
JD วันเถลิงศก= ปัดลง[(292207* (พ.ศ.-1181) +1173)/800] + 1954167
จากหลักการข้างต้นนี้ ทำให้ปัจจุบันเทศกาลสงกรานต์มักตรงกับวันที่ 14-16 เมษายน[ต้องการอ้างอิง] (ยกเว้นบางปี เช่น พ.ศ. 2551 และ พ.ศ. 2555 ที่สงกรานต์กลับมาตรงกับวันที่ 13-15 เมษายน) ซึ่งบางปีก็อาจจะตรงกับวันใดวันหนึ่ง

[แก้] ตำนานนางสงกรานต์ตามจารึกที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม[1] กล่าวตามพระบาลีฝ่ายรามัญว่า ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีคนหนึ่ง รวยทรัพย์แต่อาภัพบุตร ตั้งบ้านอยู่ใกล้กับนักเลงสุราที่มีบุตรสองคน วันหนึ่งนักเลงสุราต่อว่าเศรษฐีจนกระทั่งเศรษฐีน้อยใจ จึงได้บวงสรวงพระอาทิตย์ พระจันทร์ ตั้งจิตอธิษฐานอยู่กว่าสามปี ก็ไร้วี่แววที่จะมีบุตร อยู่มาวันหนึ่งพอถึงช่วงที่พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ เศรษฐีได้พาบริวารไปยังต้นไทรริมน้ำ พอถึงก็ได้เอาข้าวสารลงล้างในน้ำเจ็ดครั้ง แล้วหุงบูชาอธิษฐานขอบุตรกับรุกขเทวดาในต้นไทรนั้น รุกขเทวดาเห็นใจเศรษฐี จึงเหาะไปเฝ้าพระอินทร์ ไม่ช้าพระอินทร์ก็มีเมตตาประทานให้เทพบุตรองค์หนึ่งนาม "ธรรมบาล" ลงไปปฏิสนธิในครรภ์ภรรยาเศรษฐี ไม่ช้าก็คลอดออกมา เศรษฐีตั้งชื่อให้กุมารน้อยนี้ว่า ธรรมบาลกุมาร และได้ปลูกปราสาทไว้ใต้ต้นไทรให้กุมารนี้อยู่อาศัย

ต่อมาเมื่อธรรมบาลกุมารโตขึ้น ก็ได้เรียนรู้ซึ่งภาษานก และเรียนไตรเภทจบเมื่ออายุได้เจ็ดขวบ เขาได้เป็นอาจารย์บอกมงคลต่าง ๆ แก่คนทั้งหลาย อยู่มาวันหนึ่ง ท้าวกบิลพรหม ได้ลงมาถามปัญหากับธรรมบาลกุมาร 3 ข้อ ถ้าธรรมบาลกุมารตอบได้ก็จะตัดเศียรบูชา แต่ถ้าตอบไม่ได้จะตัดศีรษะธรรมบาลกุมารเสีย ท้าวกบิลพรหมถามธรรมบาลกุมารว่า ตอนเช้าศรีอยู่ที่ไหน ตอนเที่ยงศรีอยู่ที่ไหน และตอนค่ำศรีอยู่ที่ไหน ทันใดนั้นธรรมบาลกุมารจึงขอผัดผ่อนกับท้าวกบิลพรหมเป็นเวลา 7 วัน

ทางธรรมบาลกุมารก็พยายามคิดค้นหาคำตอบ ล่วงเข้าวันที่ 6 ธรรมบาลกุมารก็ลงจากปราสาทมานอนอยู่ใต้ต้นตาล เขาคิดว่า ขอตายในที่ลับยังดีกว่าไปตายด้วยอาญาท้าวกบิลพรหม บังเอิญบนต้นไม้มีนกอินทรี 2 ตัวผัวเมียเกาะทำรังอยู่ นางนกอินทรีถามสามีว่า พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารแห่งใด สามีตอบนางนกว่า เราจะไปกินศพธรรมบาลกุมาร ซึ่งท้าวกบิลพรหมจะฆ่าเสีย ด้วยแก้ปัญหาไม่ได้ นางนกจึงถามว่า คำถามที่ท้าวกบิลพรหมถามคืออะไร สามีก็เล่าให้ฟัง ซึ่งนางนกก็ไม่สามารถตอบได้ สามีจึงเฉลยว่า ตอนเช้า ศรีจะอยู่ที่หน้า คนจึงต้องล้างหน้าทุก ๆ เช้า ตอนเที่ยง ศรีจะอยู่ที่อก คนจึงเอาเครื่องหอมประพรมที่อก ส่วนตอนเย็น ศรีจะอยู่ที่เท้า คนจึงต้องล้างเท้าก่อนเข้านอน ธรรมบาลกุมารก็ได้ทราบเรื่องที่นกอินทรีคุยกันตลอด จึงจดจำไว้

ครั้นรุ่งขึ้น ท้าวกบิลพรหมก็มาตามสัญญาที่ให้ไว้ทุกประการ ธรรมบาลกุมารจึงนำคำตอบที่ได้ยินจากนกไปตอบกับท้าวกบิลพรหม ท้าวกบิลพรหมจึงตรัสเรียกธิดาทั้งเจ็ดอันเป็นบาทบาจาริกาพระอินทร์มาประชุมพร้อมกัน แล้วบอกว่า เราจะตัดเศียรบูชาธรรมบาลกุมาร ถ้าจะตั้งไว้ยังแผ่นดิน ไฟก็จะไหม้โลก ถ้าจะโยนขึ้นไปบนอากาศ ฝนก็จะแล้ง ถ้าจะทิ้งในมหาสมุทร น้ำก็จะแห้ง จึงให้ธิดาทั้งเจ็ดนำพานมารองรับ แล้วก็ตัดเศียรให้นางทุงษะ ผู้เป็นธิดาองค์โต จากนั้นนางทุงษะก็อัญเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหมเวียนขวารอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที แล้วเก็บรักษาไว้ในถ้ำคันธุลี ในเขาไกรลาศ

จากนั้นมาทุก ๆ 1 ปี ธิดาของท้าวกบิลพรหมทั้ง 7 ก็จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาทำหน้าที่อัญเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหมแห่ไปรอบเขาพระสุเมรุ เป็นเวลา 60 นาที แล้วประดิษฐานตามเดิม ในแต่ละปีนางสงกรานต์แต่ละนางจะทำหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันตามวันมหาสงกรานต์ ดังนี้

1.ถ้าวันอาทิตย์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม ทุงษะเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกทับทิม อาภรณ์แก้วปัทมราช ภักษาหารอุทุมพร (ผลมะเดื่อ) พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงสังข์ เสด็จมาบนหลังครุฑ
2.ถ้าวันจันทร์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม โคราคะเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกปีบ อาภรณ์แก้วมุกดา ภักษาหารเตลัง (น้ำมัน) พระหัตถ์ขวาทรงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จมาบนหลังพยัคฆ์ (เสือ)
3.ถ้าวันอังคารเป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม รากษสเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกบัวหลวง อาภรณ์แก้วโมรา ภักษาหารโลหิต พระหัตถ์ขวาทรงตรีศูล พระหัตถ์ซ้ายทรงธนู เสด็จมาบนหลังวราหะ (หมู)
4.ถ้าวันพุธเป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม มณฑาเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกจำปา อาภรณ์แก้วไพฑูรย์ ภักษาหารนมเนย พระหัตถ์ขวาทรงเข็ม พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จมาบนหลังคัทรภะ (ลา)
5.ถ้าวันพฤหัสบดีเป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม กิริณีเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกมณฑา อาภรณ์แก้วมรกต ภักษาหารถั่วงา พระหัตถ์ขวาทรงขอช้าง พระหัตถ์ซ้ายทรงหน้าไม้ เสด็จมาบนหลังคชสาร (ช้าง)
6.ถ้าวันศุกร์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม กิมิทาเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกจงกลนี อาภรณ์แก้วบุษราคัม ภักษาหารกล้วยน้ำ พระหัตถ์ขวาทรงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงพิณ เสด็จมาบนหลังมหิงสา (ควาย)
7.ถ้าวันเสาร์เป็นวันมหาสงกรานต์ นางสงกรานต์นาม มโหธรเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกสามหาว อาภรณ์แก้วนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงตรีศูล เสด็จมาบนหลังมยุรา (นกยูง)
สำหรับความเชื่อทางล้านนานั้นจะมีว่า
1.วันอาทิตย์ ชื่อ นางแพงศรี
2.วันจันทร์ ชื่อ นางมโนรา
3.วันอังคาร ชื่อ นางรากษสเทวี
4.วันพุธ ชื่อ นางมันทะ
5.วันพฤหัส ชื่อ นากัญญาเทพ
6.วันศุกร์ ชื่อ นางริญโท
7.วันเสาร์ ชื่อ นางสามาเทวี

Songkran

มูลเหตุของการก่อเจดีย์ทราย มีเรื่องเล่าว่าพระเจ้าปเสนทิโกศลได้เสด็จไปยังเมืองสาวัตถีพร้อมบริวาร ได้เห็นหาดทรายขาวบริสุทธิ์ก็เกิดจิตศรัทธาก่อทรายเป็นเจดีย์ ๘ หมื่น ๔ พันองค์ แล้วอุทิศเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา เมื่อพระองค์ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าก็ได้ทูลถามถึงอานิสงส์การก่อเจดีย์ทรายดังกล่าว พระพุทธเจ้าตรัสว่า การที่มีจิตเลื่อมใสศรัทธาก่อเจดีย์ทรายถึง ๘ หมื่น ๔ พันองค์หรือเพียงองค์เดียวก็ได้อานิสงส์มาก คือ จะไม่ตกนรกหลายร้อยชาติ ถ้าเกิดเป็นมนุษย์ก็จะเพียบพร้อมไปด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ มีบริวารและเกียรติยศชื่อเสียง หากตายก็จะได้ขึ้นสวรรค์ พรั่งพร้อมด้วยสมบัติและมีนางฟ้าเป็นบริวาร ด้วยอานิสงส์ดังกล่าวจึงทำให้คนโบราณนิยมก่อเจดีย์ทรายเป็นประเพณีมาจนทุกวันนี้

  แต่ก็มีคนโบราณบางท่านได้กล่าวไว้ว่า เวลาที่เราไปทำบุญที่วัด เราอาจจะเหยียบเอาทรายติดตัวกลับมาด้วย จึงต้องขนทรายกลับไปไว้ดังเดิม นี่อาจจะเป็นกุศโลบายของคนโบราณก็ได้ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงมาตามยุคสมัย แต่ต้นตำรับเดิมผมก็หาข้อมูลมาให้ท่านได้รู้แล้ว หรือบางท่านอาจจะรู้แล้วก็ได้ สงกรานต์ปีนี้อย่าพลาดการก่อเจดีย์ทรายสวยๆ เพื่อบูชาพระรัตนไตรด้วยนะครับ


ที่มา : konseo.com

วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2557

เผยเคล็ดไม่ลับ 9 ข้อ สกัดภัยร้ายการเงิน



เผยเคล็ดไม่ลับ 9 ข้อ สกัดภัยร้ายการเงิน


แคสเปอร์สกี้ แลป พร้อมปกป้องคุ้มครองเงินในบัญชีธนาคารของคุณ ด้วยเคล็ดไม่ลับสำหรับปกป้องบัตรธนาคาร ทั้งบัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรกดเงินสด ให้รอดพ้นเงื้อมมือมิจฉาชีพที่จ้องฉกเงินคุณทุกวิธีทาง

1.เก็บข้อมูลบัตรธนาคารเป็นความลับ

จำไว้เสมอว่า เพียงแค่มีข้อมูลไม่กี่อย่างเกี่ยวกับบัตรธนาคาร (บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรกดเงินสด) ไม่ว่าจะเป็นหมายเลขหน้าบัตร หรือรหัสตรวจสอบ มิจฉาชีพก็สามารถขโมยเงินในบัญชีคุณได้แล้ว

2.เก็บรหัส CVV เป็นความลับขั้นสุดยอด

รหัส CVV คือรหัส 3 หลัก อยู่ด้านหลังบัตรธนาคาร ใช้สำหรับตรวจสอบขั้นสุดท้ายในการทำธุรกรรม มิจฉาชีพอาจแอบจดหรือถ่ายรูปบัตรธนาคารของคุณไว้ได้ เวลาที่คุณจับจ่ายใช้สอยผ่านบัตรหรือถอนเงินที่ตู้เอทีเอ็ม คุณควรป้องกันโดยลบรหัส CVV ออกหรือหาเทปกาวมาปิดทับ ทั้งนี้ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงบัตรไม่ใช่เรื่องที่ธนาคารจะแนะนำ แต่เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะป้องกันคุณจากมิจฉาชีพได้

3.อย่าเผลอถ่ายรูปบัตรธนาคาร

อย่าซุกซนถ่ายรูปบัตรธนาคารเก็บไว้ หรือโพสต์ไว้ในโซเชียลมีเดียต่างๆ เพราะเท่ากับเป็นการประกาศข้อมูลลับให้ผู้ไม่หวังดี

4.เก็บรักษาบัตรไว้ในที่ปลอดภัย

บัตรพลาสติกเล็กๆ ใบนี้ ควรได้รับการดูแลป้องกันอย่างดี ควรฝึกนิสัยการเก็บบัตรลงกระเป๋าสตางค์ทุกครั้งหลังใช้งาน จะช่วยลดปัญหาหลงลืมบัตรและบัตรหายได้ ไม่ควรเก็บบัตรไว้ใกล้ๆ กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องใช้ที่มีสนามแม่เหล็ก เพราะอาจจะลบข้อมูลในบัตรได้

5.หลอกหัวขโมย

การหลอกหัวขโมยก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยปกป้องบัตรธนาคารของคุณได้ เพียงเขียนรหัสปลอม (ย้ำ! รหัสปลอมที่ตั้งขึ้นใหม่) จำนวน 3 ชุดลงในเศษกระดาษและเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ เมื่อเจ้าหัวขโมยเจอรหัสนี้ ก็จะนำไปลองกดที่ตู้เอทีเอ็มทันที เมื่อกดรหัสผิด 3 ครั้ง บัตรของคุณจะถูกระงับทันที ไม่สามารถถอนเงินได้อีก การทำบัตรใหม่ก็ไม่ยุ่งยาก เท่านี้คุณก็จะรักษาเงินในบัญชีได้ครบทุกบาททุกสตางค์

6.จดบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ธนาคาร

ควรจดหมายเลขโทรศัพท์ธนาคารไว้ใกล้ตัว หรือบันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หากเกิดกรณีฉุกเฉิน จะได้สามารถติดต่อธนาคารเพื่ออายัติบัตรได้ทันท่วงที

7.ตั้งค่าการรักษาความปลอดภัย 2 ชั้น

การตั้งค่า 2 ชั้นอาจทำให้ธุรกรรมออนไลน์ช้าลงกว่าเดิมเพียงเล็กน้อย แต่จะช่วยป้องกันการเบิกถอนหรือจ่ายเงินโดยมิจฉาชีพได้

8.ตรวจสอบตู้เอทีเอ็มก่อนใช้งานทุกครั้ง

ก่อนเสียบบัตรเข้าเครื่อง ควรตรวจสอบว่ามีอุปกรณ์แปลกๆ น่าสงสัย ติดตั้งไว้ด้วยหรือไม่ อาจจะเป็นพวกแป้นกดรหัส ช่องเสียบบัตร หรือกล้องเว็บแคมตัวจิ๋ว

9.สังเกต HTTPS

ในการทำธุรกรรมออนไลน์ ควรตรวจสอบดูที่ช่อง URL ว่าเป็น http หรือไม่ ซึ่งต่างจาก URL ปกติที่จะมีเพียง http ตัวอย่างเช่น http://www.online.com นั่นแปลว่าเว็บไซต์ธุรกรรมของคุณเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ควรใช้โซลูชั่นเพื่อความปลอดภัยสำหรับการทำธุรกรรมออนไลน์โดยเฉพาะ เช่น Kaspersky Internet Security - Multi-Device ซึ่งมีฟังก์ชั่น Safe Banking คอยปกป้องคุ้มครองทุกการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1394091765#

วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557

ห้ามพระ-เณร ขับรถ ขี่มอไซค์


พระพรหมโมลี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เจ้าคณะภาค 5 กล่าวถึงความคืบหน้าการยกร่างประกาศคณะสงฆ์หนเหนือ พ.ศ. และระเบียบคณะสงฆ์หนเหนือว่าด้วยการห้ามพระภิกษุ-สามเณรขับรถยนต์หรือรถ จักรยานยนต์ พ.ศ..ว่า จากการประชุมเจ้าคณะปกครองหนเหนือ โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบหลักการในร่างประกาศดังกล่าวแล้ว แต่ให้ไปปรับเนื้อหาบางคำในร่างประกาศคณะสงฆ์หนเหนือห้ามพระภิกษุ-สามเณรขับ ขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ พ.ศ... และระเบียบคณะสงฆ์หนเหนือ ว่าด้วยการห้ามพระภิกษุ-สามเณรขับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ พ.ศ...

"ซึ่งที่ประชุมได้มีมติให้แก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาในส่วนของประเภทยานพาหนะ ที่มีการระบุถึง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เป็น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และ/หรือ พาหนะอื่นๆ อันไม่เหมาะสมต่อสมณสารูป เนื่องจากพระสงฆ์ไม่สมควรที่จะขับพาหนะทุกประเภท แต่การพายเรือบิณฑบาตก็ยังคงสามารถทำได้ตามปกติ ในขณะเดียวกัน สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มีดำริเพิ่มเติมว่า ในระเบียบบางข้อมีข้อยกเว้น ซึ่งไม่ควรมี ต้องมีการแก้ไขคำให้เป็นข้อห้ามเพียงอย่างเดียว เพราะพระสงฆ์ สามเณรไม่มีสิทธิที่จะขับพาหนะทุกประเภท ยกเว้นในยามฉุกเฉินจริงๆหรือเหตุจำเป็นภายในวัด เช่น เจ็บป่วยกะทันหันไม่มีญาติโยม เป็นต้น หากกรณีอื่นๆถือว่า มีความผิดตามระเบียบ" พระพรหมโมลี กล่าว

พระพรหมโมลี กล่าวว่า ส่วนในเรื่องโทษนั้น ที่ประชุมยืนยันตามร่างระเบียบดังกล่าว โดยภาคทัณฑ์ห้ามทำเรื่องเสนอเลื่อนสมณศักดิ์เป็นเวลา 3 ปี การพิจารณาความดีความชอบต่างๆ ในสายการปกครองต่างๆ หรือ หากกระทำซ้ำซากจนไม่สามารถตักเตือนได้ ก็อาจจะลงโทษจนถึงขั้น ขับจากวัด หรือให้ขาดจากความเป็นพระ เป็นต้น นอกจากนี้ ในส่วนท้ายของระเบียบ ยังได้มีการระบุไว้ว่า พระภิกษุ สามเณร หรือพระสังฆาธิการใดขับขี่ยานพาหนะ
แต่มิได้สังกัดคณะสงฆ์หนเหนือ ให้เจ้าคณะตำบลเจ้าของพื้นที่จัดทำบันทึกพร้อมบันทึกภาพถ่ายของพระภิกษุ สามเณรที่กระทำผิด รายงานตามลำดับชั้นถึงเจ้าคณะภาค เพื่อแจ้งต่อไปยังเจ้าคณะภาคที่พระภิกษุสงฆ์ สามเณร รูปนั้นสังกัดอยู่ เพื่อพิจารณาตามความเหมาะสมด้วย อย่างไรก็ตาม ร่างประกาศและระเบียบนี้ จะนำฉบับแก้ไขคำมาเข้าที่ประชุมอีกครั้ง เพื่อเสนอให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ลงนามประกาศใช้คาดว่า ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 นี้ และคาดว่าสามารถนำไปบังคับใช้ได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์เช่นกัน

ที่มา :
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1389275156&grpid=03&catid=&subcatid=

วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ทำพิธีแซนตายายขอขมาเพื่อทาสีเมรุ วัดดงมัน ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์




                                     ผู้สูงอายุกำลังขอขมาเจ้าที่เจ้าทางเพื่อทาสีเมรุ
ณ วัดดงมัน ตำบลคอโค อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

Nissan Teana สุรินทร์


บริษัท สยามนิสสัน สุรินทร์ จำกัด

วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

แฮ็กข้อมูลเอทีเอ็ม

ข่าวแก๊งมิจฉาชีพทางการเงินก่อคดีมีให้เห็นเป็นระยะ จับกุมปราบปรามเท่าไหร่ก็ไม่หมดสิ้นเสียที

ล่า สุดมีเจ้าทุกข์เกือบ 70 ราย แจ้งความที่สน.ลุมพินีว่า เงินในบัญชีธนาคารหาย ภายหลังไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มบริเวณตึกออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ รวมความเสียหายกว่า 6 แสนบาท มีบัตรของธนาคารต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ 5 ธนาคาร

จากการตรวจสอบของธนาคารพบว่ามีการไปกดเงินที่ปลายทางประเทศยูเครน

มาทำความรู้จักภัยจากเครื่องคัดลอกข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์กัน

บัตร อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น บัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรเอทีเอ็ม เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่มิจฉาชีพพยายามขโมยเงินผู้อื่นด้วยอุปกรณ์ ดังนี้

1.เครื่อง คัดลอกข้อมูลในแถบแม่เหล็ก (Skimmer) มิจฉาชีพจะติดตั้งเครื่องคัดลอกข้อมูลในแถบแม่เหล็ก (Skimmer) ไว้ที่ช่องเสียบบัตร เพื่อคัดลอกข้อมูลจากแถบแม่เหล็กบนบัตร รวมทั้งนำแป้นกดตัวเลขปลอมครอบแป้นกดตัวเลขของตู้เอทีเอ็ม และใช้กล้องขนาดจิ๋วแอบติดตั้งไว้เพื่อดูรหัสผ่านแล้วนำข้อมูลดังกล่าวไปทำ บัตรปลอม เพื่อถอนเงิน โอนเงิน หรือซื้อสินค้าและบริการในนามของเรา

2.อุปกรณ์ คัดลอกข้อมูล (Scanner) แบบพกพา มิจฉาชีพจะทำการขโมยหรือแอบนำบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตของเรา ไปรูดกับอุปกรณ์คัดลอกข้อมูลชนิดพกพา เพื่อคัดลอกข้อมูลที่อยู่ในแถบแม่เหล็กบนบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต และนำข้อมูลที่ได้ไปผลิตบัตรปลอมสำหรับใช้ซื้อสินค้าและบริการในนามของเรา

ข้อควรรู้ในการระมัดระวังและป้องกันเมื่อใช้บัตรและตู้เอทีเอ็มอย่างปลอดภัย

1.เก็บรักษาบัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรเอทีเอ็ม ไว้ในที่ปลอดภัย

2.ก่อนใช้บริการจากตู้เอทีเอ็ม ควรสังเกตช่องสอดบัตร แป้นกดตัวเลขว่ามีการดัดแปลงหรือไม่ หากสงสัยควรเปลี่ยนตู้เอทีเอ็มใหม่ทันที

3.ขณะกดรหัสผ่านยืนชิดตัวเครื่องและใช้มือบังแป้น ระวังไม่ให้ผู้อื่นสังเกตเห็น

4.หากบัตรติดอยู่ในเครื่องหรือสูญหาย รีบแจ้งธนาคารเพื่ออายัดบัตรทันที

5.ควร เก็บบัตรและธนบัตรเข้ากระเป๋าให้เรียบร้อยก่อนออกจากเครื่อง ไม่ควรนำบัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรเอทีเอ็มของเราให้บุคคลอื่น เพื่อป้องกันการถูกนำไปรูดกับเครื่องคัดลอกข้อมูล

6.ไม่จดรหัสผ่านของบัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรเอทีเอ็มไว้ในที่เดียวกัน

7.ไม่ควรกำหนดรหัสผ่านเป็นตัวเลขที่เดาได้ง่าย เช่น วันเดือนปีเกิด หรือใช้รหัสเดียวกันสำหรับบัตรทุกใบ

8.ใน การชำระค่าสินค้าและบริการด้วยบัตร ควรอยู่ในบริเวณที่สังเกตการทำรายการได้ และเมื่อรับบัตรคืนต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นบัตรของเรา

9.ตรวจ สอบความถูกต้องของรายการในสลิปบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตทุกครั้ง และควรเก็บสำเนาสลิปไว้ เพื่อตรวจสอบกับใบแจ้งยอดค่าใช้จ่ายในภายหลัง แต่หากต้องการทิ้งสลิป ควรฉีกให้เป็นชิ้นย่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพนำไปใช้ทางทุจริต


ที่มา :
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE5ESXlNRFkzT1E9PQ==&subcatid=


ไห่เยี่ยนมรณะกระหน่ำเวียดนามแล้ว จีนระทึกพายุเปลี่ยนทาง


 
บีบีซีรายงานว่า เมื่อ 11 พ.ย. พายุไห่เยี่ยนที่คร่าชีวิตชาวฟิลิปปินส์นับหมื่นคน ลดระดับความรุนแรงจากไต้ฝุ่นเป็นพายุโซนร้อน ระหว่างเคลื่อนขึ้นฝั่งทางภาคเหนือประเทศเวียดนาม ใกล้ฮาลองเบย์ เมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ ด้วยความเร็วลม 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลังจากชาวเวียดนามกว่า 6 แสนคนอพยพหนีภัยไปแล้ว เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตแล้ว 11 ราย ในจำนวนนี้เป็นนักข่าวหญิงที่เดินทางไปรายงานข่าวพายุ

  เจ้าหน้าที่องค์กรอ๊อกซแฟมที่อยู่ในเวียดนาม ให้สัมภาษณ์บีบีซีว่า มีฝนตกหนักทางภาคเหนือของเวียดนามจนน่าวิตกว่าจะเกิดน้ำท่วมในกรุงฮานอยด้วย ขณะที่สตอร์มเซิร์จสูงถึง 3-4 เมตร สูงกว่าปกติ

 ขณะ เดียวกันทางการจีนสั่งเตือนภัยเตรียมรับมือพายุไต้ฝุ่นที่เกาะไหหลำ มณฑลกวางตุ้ง และกว่างซี หลังจากพายุไห่เยี่ยนเปลี่ยนเส้นทางเส้นทาง คาดว่าจะเกิดฝนกระหน่ำติดต่อกัน 48 ชั่วโมง
 
 
 
 ที่มา :
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE5ERTFNakl4TlE9PQ==&subcatid=